หลังจากคราวก่อนแจกสูตรชานมไต้หวันพร้อมไข่มุกไปแล้ว คราวนี้มาลองชานมเย็นสีส้ม ที่ยืนหนึ่งครองใจคนไทยมาช้านานกันบ้าง ว่ากันว่าเราเริ่มได้ดื่มเจ้าชานมเย็นสีส้มนี้ราว 70 กว่าปีมาแล้ว ด้วยสีสันและรสชาติหวานมันเย็นชื่นใจ

ประกอบด้วยส่วนผสมหลักอย่างชาซีลอนหรือชาอัสสัม ซึ่งเป็นชาดำที่ให้กลิ่นและรสของชาค่อนข้างเข้ม ทั้งนี้สีของชาซีลอนจะออกอมแดง ในขณะที่ชาอัสสัมจะออกสีน้ำตาลเข้มมากกว่า นอกจากนี้จะขาดความหวานมันไปไม่ได้ โดยเฉพาะส่วนผสมของนมข้นหวาน กลิ่นรสที่ได้จึงเป็นความผสมผสานระหว่างความหอมของชาที่ตัดรสขมด้วยความหวานมัน ยิ่งดื่มใส่น้ำแข็งยิ่งช่วยเรียกความสดชื่น เป็นอีกหนึ่งเครื่องดื่มที่ช่วยเติมพลังงานยามบ่ายร้อนๆ ได้ไม่แพ้ชานมไต้หวันเลย

เตรียมอุปกรณ์ 

  1. ผงชาซีลอน หรือผงชาอัสสัม 100 กรัม
  2. นมข้นหวาน 20 – 30 มิลลิลิตร
  3. นมข้นจืด 20 – 30 มิลลิลิตร
  4. นมจืด 30 มิลลิลิตร
  5. น้ำเดือดจัด 100 องศาเซลเซียส ประมาณ 640 มิลลิลิตร
  6. กระป๋องชงกาแฟโบราณ 2 กระป๋อง
  7. ถุงผ้าชงชา 1 ถุง
  8. จานสำหรับปิดฝากระป๋องชงกาแฟโบราณ 1 ใบ
  9. แก้วตวง 1 ใบ
  10. ช้อนชา 1 คัน

1. ตวงผงชาซีลอน 

ตวงผงชาซีลอน 100 กรัม ใส่ถุงผ้าชงชา แล้วนำทั้งถุงผ้าวางพักใส่ในกระป๋องชง ส่วนวิธีการเก็บผงชาซีลอน ควรเก็บไว้ในกล่องสุญญากาศ เพื่อกักเก็บกลิ่นเอาไว้ และไม่ให้สัมผัสกับความชื้น เนื่องจากชาสามารถดูดความชื้นได้เป็นอย่างดี และอาจทำให้ชาเหม็นหืนได้

2. ต้มน้ำเดือดจัด 

ต้มน้ำเดือดจัด 100 องศาเซลเซียส ปริมาณ 640 มิลลิลิตร แล้วเทน้ำร้อนลงในถุงผ้าที่บรรจุผงชาซีลอนอยู่ จากนั้นปิดฝาแช่ชาประมาณ 3 นาที ทั้งนี้ไม่ควรแช่ชานานจนเกินไป เพราะจะทำให้ชามีรสขมฝาดได้

3. กรองชาสลับไป-มา 

หลังจากแช่ชาครบ 3 นาที ให้กรองชาสลับไป-มา ด้วยการเทน้ำร้อนจากกระป๋องชงเทผ่านถุงผ้าที่มีผงชาอยู่ เพื่อให้น้ำชาไหลลงสู่กระป๋องชงอีกใบ สลับกันไปมาด้วยความรวดเร็ว ประมาณ 10 ครั้งติดต่อกัน และไม่ควรเกินภายใน 1 นาที เพราะจะยิ่งทำให้ชามีรสขมฝาดได้

จากนั้นยกถุงผ้าออกจากกระป๋องชง ไม่ควรแช่ทิ้งไว้ในกระป๋องชงซึ่งมีน้ำชาอยู่ เพราะจะทำให้ชาสกัดต่อไปเรื่อยๆ นำมาซึ่งรสขม น้ำชาที่ชงได้ทั้งหมดนี้ สามารถแช่เก็บไว้สำหรับชงได้อีกประมาณ 3 – 4 แก้ว เก็บไว้ได้ไม่เกิน 2 – 3 วัน

4. เตรียมนมผสม + เติมน้ำชา 

ชงส่วนผสมที่เหลือให้เข้ากันในแก้วตวง ได้แก่ นมข้นหวาน 30 มิลลิลิตร นมข้นจืด 30 มิลลิลิตร นมจืด 30 มิลลิลิตร จากนั้นเทน้ำชาตามลงไป 100 มิลลิลิตร (หากชอบหวานน้อยกว่านี้ ให้ลดส่วนผสมของนมข้นหวานและนมข้นจืดลงตามชอบ)

ทั้งนี้หากอยากได้รสชาติที่หวานแหลม ให้ปรับสูตรด้วยการลดนมข้นหวานลง แล้วใส่น้ำตาลทรายแทน

5. พร้อมดื่ม 

เติมน้ำแข็งลงในแก้วไซส์ 20 – 22 ออนซ์ จากนั้นเทชานมลงไป แล้วโรยด้านบนด้วยนมข้นจืดอีกนิดหน่อย ใครอยากใส่ไข่มุกเพิ่มก็สามารถลองฝึกทำไข่มุกได้ที่นี่เลย www.mangozero.com/how-to-make-bubble-milk-tea/ ขอตัวไปดื่มชาก่อนนะคะ อร่อยหวานมัน สดชื่นมากๆ เลยล่ะ ^_^

 

หลังจากคราวก่อนแจกสูตรชานมไต้หวันพร้อมไข่มุกไปแล้ว คราวนี้มาลองชานมเย็นสีส้ม ที่ยืนหนึ่งครองใจคนไทยมาช้านานกันบ้าง ว่ากันว่าเราเริ่มได้ดื่มเจ้าชานมเย็นสีส้มนี้ราว 70 กว่าปีมาแล้ว ด้วยสีสันและรสชาติหวานมันเย็นชื่นใจ

ประกอบด้วยส่วนผสมหลักอย่างชาซีลอนหรือชาอัสสัม ซึ่งเป็นชาดำที่ให้กลิ่นและรสของชาค่อนข้างเข้ม ทั้งนี้สีของชาซีลอนจะออกอมแดง ในขณะที่ชาอัสสัมจะออกสีน้ำตาลเข้มมากกว่า

นอกจากนี้จะขาดความหวานมันไปไม่ได้ โดยเฉพาะส่วนผสมของนมข้นหวาน กลิ่นรสที่ได้จึงเป็นความผสมผสานระหว่างความหอมของชาที่ตัดรสขมด้วยความหวานมัน ยิ่งดื่มใส่น้ำแข็งยิ่งช่วยเรียกความสดชื่น เป็นอีกหนึ่งเครื่องดื่มที่ช่วยเติมพลังงานยามบ่ายร้อนๆ ได้ไม่แพ้ชานมไต้หวันเลย

เตรียมอุปกรณ์ 

  1. ผงชาซีลอน หรือผงชาอัสสัม 100 กรัม
  2. นมข้นหวาน 20 – 30 มิลลิลิตร
  3. นมข้นจืด 20 – 30 มิลลิลิตร
  4. นมจืด 30 มิลลิลิตร
  5. น้ำเดือดจัด 100 องศาเซลเซียส ประมาณ 640 มิลลิลิตร
  6. กระป๋องชงกาแฟโบราณ 2 กระป๋อง
  7. ถุงผ้าชงชา 1 ถุง
  8. จานสำหรับปิดฝากระป๋องชงกาแฟโบราณ 1 ใบ
  9. แก้วตวง 1 ใบ
  10. ช้อนชา 1 คัน

 

1. ตวงผงชาซีลอน 

ตวงผงชาซีลอน 100 กรัม ใส่ถุงผ้าชงชา แล้วนำทั้งถุงผ้าวางพักใส่ในกระป๋องชง ส่วนวิธีการเก็บผงชาซีลอน ควรเก็บไว้ในกล่องสุญญากาศ เพื่อกักเก็บกลิ่นเอาไว้ และไม่ให้สัมผัสกับความชื้น เนื่องจากชาสามารถดูดความชื้นได้เป็นอย่างดี และอาจทำให้ชาเหม็นหืนได้

2. ต้มน้ำเดือดจัด 

ต้มน้ำเดือดจัด 100 องศาเซลเซียส ปริมาณ 640 มิลลิลิตร แล้วเทน้ำร้อนลงในถุงผ้าที่บรรจุผงชาซีลอนอยู่ จากนั้นปิดฝาแช่ชาประมาณ 3 นาที ทั้งนี้ไม่ควรแช่ชานานจนเกินไป เพราะจะทำให้ชามีรสขมฝาดได้

3. กรองชาสลับไป-มา 

หลังจากแช่ชาครบ 3 นาที ให้กรองชาสลับไป-มา ด้วยการเทน้ำร้อนจากกระป๋องชงเทผ่านถุงผ้าที่มีผงชาอยู่ เพื่อให้น้ำชาไหลลงสู่กระป๋องชงอีกใบ สลับกันไปมาด้วยความรวดเร็ว ประมาณ 10 ครั้งติดต่อกัน และไม่ควรเกินภายใน 1 นาที เพราะจะยิ่งทำให้ชามีรสขมฝาดได้

จากนั้นยกถุงผ้าออกจากกระป๋องชง ไม่ควรแช่ทิ้งไว้ในกระป๋องชงซึ่งมีน้ำชาอยู่ เพราะจะทำให้ชาสกัดต่อไปเรื่อยๆ นำมาซึ่งรสขม น้ำชาที่ชงได้ทั้งหมดนี้ สามารถแช่เก็บไว้สำหรับชงได้อีกประมาณ 3 – 4 แก้ว เก็บไว้ได้ไม่เกิน 2 – 3 วัน

4. เตรียมนมผสม + เติมน้ำชา 

ชงส่วนผสมที่เหลือให้เข้ากันในแก้วตวง ได้แก่ นมข้นหวาน 30 มิลลิลิตร นมข้นจืด 30 มิลลิลิตร นมจืด 30 มิลลิลิตร จากนั้นเทน้ำชาตามลงไป 100 มิลลิลิตร (หากชอบหวานน้อยกว่านี้ ให้ลดส่วนผสมของนมข้นหวานและนมข้นจืดลงตามชอบ)

ทั้งนี้หากอยากได้รสชาติที่หวานแหลม ให้ปรับสูตรด้วยการลดนมข้นหวานลง แล้วใส่น้ำตาลทรายแทน

5. พร้อมดื่ม 

 

เติมน้ำแข็งลงในแก้วไซส์ 20 – 22 ออนซ์ จากนั้นเทชานมลงไป แล้วโรยด้านบนด้วยนมข้นจืดอีกนิดหน่อย ใครอยากใส่ไข่มุกเพิ่มก็สามารถลองฝึกทำไข่มุกได้ที่นี่เลย www.mangozero.com/how-to-make-bubble-milk-tea/ ขอตัวไปดื่มชาก่อนนะคะ อร่อยหวานมัน สดชื่นมากๆ เลยล่ะ ^_^